Posted by: yutphuket | ธันวาคม 17, 2011

ปันใจไปปันหยี

ทริปปันหยีครั้งนี้เป็นทริปง่ายๆสบายๆถือว่าไปพักผ่อนถ่ายรูปเล่นๆ…. ไม่มีการวางแผนเตรียมการมากมาย สำหรับเกาะปันหยีนั้นผมได้ไปมาแล้ว 2-3 ครั้งเป็นการไปแบบทัวร์ One Day Trip แบบไปเช้าเย็นกลับจำพวกทัวร์พายเรือแคนนูอ่าวพังงาด้วยเรือ SpeedBoat โดยปกติแพคเกจทัวร์พวกนี้จะพามาทานข้าวกลางวันบนเกาะปันหยีแล้วก็จะปล่อยให้เดินเล่นบนเกาะปันหยีสักประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะเรียกกลับ ส่วนทริปปันหยีของผมครั้งนี้ผมได้ไปนอนค้างบนเกาะปันหยี 1 คืน โดยเริ่มเดินทางจากภูเก็ตขับรถมายังจังหวัดพังงาใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆเราก็ถึงยังท่าเรือ “บ้านท่าด่าน” ใกล้โรงแรมพังงาเบย์ รีสิอร์ท บริเวณท่าเรือเราสามารถฝากรถไว้ได้ค้างคืนโดยค่าเรือไปเกาะปันหยีจะมีเรือโดยสารตลอดคิดค่าเรือต่อหัวคนละ 40 บาท ถ้ามาหลายๆคนแนะนำให้เหมาเรือ ราคาเหมาก็ตกลำละ 2,500 บาท ราคาเหมานี้รวมไป-กลับและเขาจะพาไปยังเขาตะปู

อีกหนึ่งเหตุผลที่ผมมายังเกาะปันหยีแห่งนี้ก็คือ “สนามฟุตบอลลอยน้ำ” ที่โฆษณาของ TMB ธนาคารทหารไทย ทำให้เกาะปันหยีได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปทั้งประเทศ ผมได้นอนค้างบนเกาะปันหยีหนึ่งคืน..ชาวบ้านบนเกาะปันหยีบอกว่าตั้งแต่โฆษณาออกอากาศไปทำให้มีคนมาเที่ยวบนเกาะปันหยีเพิ่มขึ้นทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการขายของที่ระลึกมากขึ้น…

สำหรับวิถีชีวิตของคนบนเกาะเป็นอะไรที่เรียบง่ายสงบเป็นมิตร ชาวบ้านบนเกาะส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามปัจจุบันรายได้ของคนบนเกาะนี้ส่วนใหญ่จะเปิดร้านขายของที่ระลึกขายนักท่องเที่ยวที่มาเยือนบนเกาะปันหยี

มาทำความรู้จักเกาะปันหยีกันหน่อย

เกาะปันหยีหรือบ้านกลางน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ชื่อนี้มีที่มาเนื่องจาก “โต๊ะบาบู”ผู้นำชาวอินโดนีเซียอพยพมาเมื่อ 200 ปีก่อน เมื่อมาเจอเกาะปันหยีได้ขึ้นไปปักธงให้พรรคพวกที่อพยพ มาี่ด้วยกันรู้ว่าเป็นสถานที่เหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือน คำว่า “ปันหยี” แปลว่า “ธง” มีลักษณะเป็นหมู่บ้านที่ตั้งเรียงราย อยู่บนทะเลมีที่ดินนิดเดียวซึ่งเอาไว้เป็นที่สร้างมัสยิดและกุโบว์ ชาวเกาะส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และสร้าง หมู่บ้านแทบทั้งหมดด้านหน้าของหน้าผาหินปูนเหนือน้ำทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้าน ตลอดจนมีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารมากมายบนเกาะ เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาแวะเยี่ยม ชมมีสินค้าที่ ี่ระลึกจำหน่าย เช่น ผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอย ผ้าบาติก สร้อย กำไล แหวน ที่ทำมากจากหอยมุก และยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีก เช่น น้ำพริกกุ้งเสียบ กะปิและเป็นจุดพักทานอาหาร นักท่องเที่ยว มักนิยมมาทาน อาหารกลางวันที่เกาะปันหยีี

สำหรับเกาะปันหยีนับเป็นอีกสถานที่หนึ่งถ้ามีโอกาสมาเที่ยวภูเก็ต หรือ มากับบริษัททัวร์ภูเก็ต ลองหาโอกาสมาเที่ยวดู…

พวกเรามาขึ้นเรือที่ “ท่าด่าน” ใกล้โรงแรมพังงาเบย์ รีสิอร์ท

พวกเราเหมาเรือหางยาวไปกันคนขับเรือพาพวกเราไปแวะเที่ยว เขาตะปู ด้วย

เราถึงเกาะปันหยีตอนเย็นๆ

สภาพวิถีชีวิตรอบๆเกาะปันหยีจะมีกระชังเลี้ยงปลาอยู่รอบๆเกาะ

นกกรงหัวจุก จะมีให้เห็นแทบทุกบ้าน

บรรยากาศยามเย็นบนเกาะปันหยี

สนามฟุตบอลลอยน้ำบนเกาะปันหยีที่โด่งดังในโฆษณาทีวี ตอนนี้เป็นจุดขายของเกาะปันหยีไปแล้ว

บรรยากาศยามเช้าบนเกาะปันหยีจะพบเห็นวิถีชีวิตการทำประมงของคนบนเกาะ

ตอนนี้มัสยิดเพียงแห่งเดียวบนเกาะปันหยีกำลังสร้างใหม่

นักฟุตบอลตัวน้อยกำลังตามรอยรุ่นพี่

เขื่อนเชียวหลานหรือหลายคนให้คำนิยามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” เป็นทริปอีกทริปหนึ่งที่ผมตั้งใจที่จะไปให้ได้ตั้งใจไว้หลายครั้งแล้วแต่ยังไม่ได้ไปสักที คราวนี้มีโอกาสเหมาะเลยชวยสมัครพรรคพวกที่ชอบการถ่ายรูปในเว็บ PhuketNeophoto.Com ว่าเราไปเปลี่ยนบรรยากาศหาที่นอนพักผ่อนแบบสบายๆ ราคาไม่แพงและไม่ไกลจากภูเก็ตมากนัก

การเดินทางของเราพวกเราขับรถจากภูเก็ตไปยังจังหวัดสุราษฏร์ธานีใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ เห็นจะได้ถ้าผมจำไม่ผิด เราขับรถจากภูเก็ตไปทางพังงาใช้เส้นทาง อำเภอทับปุดจากตลาด อ.ทับปุดให้เลี้ยวขวาไปทาง อ.อ่าวลึก ประมาณ 5-7 กม. ถึงสี่แยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นเขาต่อ-สุราษฎร์ฯ แล้วตรงตามถนนอย่างเดียว จนถึงสามแยกตัดสาย401สุราษฎร์ฯ-ตะกั่วป่า เลี้ยวขวาไป อ.ตาขุน อีก15 กม.ก็จะถึงทางเข้าเขื่อน เมื่อมาถึงเขื่อนเขาจะมีที่ฝากรถเราต้องจอดรถไว้ที่เขื่อนแล้วจากนั้นก็ต้องนั่งเรือหางยาวเข้าไปยังแพที่พัก โดยค่าเรือเขาจะเหมาต่อลำประมาณ 1,200 บาท ไป กลับ โดยเขาจะไปส่งที่เราที่แพแล้วเขาก็จะรอกลับในวันรุ่งขึ้น

สำหรับที่พักที่เขื่อนเชียวหลานจะมีลักษณะเป็นแบบแพไม้ไผ่เป็นบ้านหลังเล็กๆตั้งอยู่บนน้ำส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้ายๆกันหมด สำหรับที่เขื่อนเชียวหลานมีอยู่หลายแพมาก คำแนะนำควรจะจองก่อนล่วงหน้าดีกว่าลองหาตามอินเตอร์เน็ตดูว่าแพไหนน่าพักแล้วจอง สำหรับของผมครั้งนี้ได้จอง “แพเพลินไพร” สำหรับค่าใช้จ่ายเขาจะคิดต่อหัวต่อคืนรวมอาหาร เช้า เที่ยง เย็น

เขื่อนรัชชประภา” เดิมทีชื่อ “เขื่อนเชียวหลาน” ภายหลังได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็น เขื่อนรัชชประภา แปลว่า “แสงสว่างในรัชกาล” เพราะเขื่อนแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ผลิตไฟฟ้าแจกจ่ายไปยังเขตต่างๆของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สมกับ แสงสว่างในรัชกาลจริงๆ เขื่อนเชี่ยวหลาน หลังจากที่ถูกขนานนามว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทย ความสวยงามของภูเขาหินปูนที่โผล่พ้นน้ำปลายยอดแทงทะลุหมอก มาให้ได้ยลโฉม ว่าความจริงแล้ว เขื่อนเชี่ยวหลานมีความสวยไม่แพ้ที่ใดในโลกเลย

เรามาถึงเขื่อนเราจะต้องจอดรถไว้ที่ท่าเรือจากนั้นเราก็ต้องนั่งเรือหางยาวเข้าไปยังเขื่อน

เรือหางยาวพร้อมบริการนักท่องเที่ยว

บรรยากาศของเขื่อนเชียวหลานยามเย็น

เราก็มาถึง แพเพลินไพร บ้านพักจะเป็นลักษณะแพไม้

ไฟฟ้าบนที่พักเป็นลักษณะการปันไฟฟ้าใช้ กลางคืนปิดไฟแล้วจุดตะเกียง

บรรยากาศยามเช้าจะมีหมอกให้เห็นตอนเช้า

ที่พักจะเป็นแพไม้ไผ่ลอยน้ำ

บ้านพักเรียงรายเป็นระเบียบ

ดูความใสของน้ำที่เขือนใสเหมือนกระจก

ความสวยงามของภูเขาหินปูนที่โผล่พ้นน้ำ

พอดีเจอสารคดีงานประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ตที่จัดทำโดย มูลนิธิพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ผมได้ชมวีดีโอชุดนี้แล้วทำได้ดีมากได้รู้ถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับประเพณี พิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับประเพณีถือศีลกินผักโดยละเอียด วีดีโอชุดนี้ทาง พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เขาทำออกมาจำหน่ายลองไปหาซื้อกันดูที่ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว กันน่ะครับผมนำมาส่วนหนึ่งให้ชมกันเขาชุดเต็มที่เกี่ยวกับประเพณี

ประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต ปี2554 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 5 ตุลาคม 2554 ตลอดเวลา 9 วัน เป็นประพณีที่สืบทอดกันมาเป็นเวลานับ 100 ปี สำหรับจังหวัดภูเก็ตถือว่างานประเพณีนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ และมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับคนภูเก็ต ความเชื่อและความศรัทธามีมาหลายชั่วอายุของคนภูเก็ตเป็นงานบุญที่สำคัญ สำหรับผมนั้นได้สัมผัสกับประเพณีมาตั้งแต่เด็กๆผมจึงมีความเชื่อและศรัทธากับประเพณีอันดีงามนี้ ในแต่ละปีมีประชาชนร่วมงานจำนวนมากมายตลอดทั้ง 9 วันมีพิธีกรรมต่างๆในแต่ละศาลเจ้า และมีขบวนแห่พระทุกเช้าของงานประเพณี

ท่านสามารถดูรายละเอียด ประวัติความเป็นมาของประเพณีถือศีลกินผักของภูเก็ต และกำหนดการพิธีกรรมของแต่ล่ะศาลเจ้าในแต่ล่ะวัน ได้ที่ http://www.phuketvegetarian.com/

สามารถดาวน์โหลดคู่มือประเพณีถือศีลกินผักเป็นภาษาไทยได้ที่ http://www.phuketvegetarian.com/Phuketvegetarian2011-thai.pdf และคู่มือภาษาอังกฤษได้ที่ http://www.phuketvegetarian.com/Phuketvegetarian2011-eng.pdf

สำหรับคนที่มาเที่ยวภูเก็ต มาร่วมงานประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต ลองมาสัมผัสกับงานบุญอันยิ่งใหญ่ของชาวภูเก็ตกินเจ ไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศาลเจ้าต่างๆในภูเก็ต สุดท้ายนี้ผมให้ทุกได้บุญกลับบ้านและโชคดีกันทุกคนน่ะครับ

กำหนดการของงาน

พิธีแห่พระของศาลเจ้า (อิ้วเก้ง)

วันที่ 28 กันยายน 2554
ศาลเจ้าฮุนจงอ๊าม จ้อสู่ก้งนาคา (แห่พระรอบเมือง)
วันที่ 29 กันยายน 2554
ศาลเจ้าสะปำ (แห่พระรอบเมือง)
วันที่ 30 กันยายน 2554
ศาลเจ้าสามกอง (แห่พระรอบเมือง)
ศาลเจ้าเชิงทะเล (บ้านม่าหนิกและบ้านเชิงทะเล)
วันที่ 01 ตุลาคม 2554
ศาลเจ้าบ้านท่าเรือ (แห่พระรอบเมือง)
ศาลเจ้าเจ่งอ๋อง (ตรงข้ามโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต) (แห่พระรอบเมือง)
ศาลเจ้าเต้กุ๊นไต่เต่ (บ้านป่าสัก-ตลาดบ้านดอน)
ศาลเจ้าฮุนจงอ๊าม จ้อสู่ก้งนาคา (แห่พระรอบหมู่บ้าน)
วันที่ 02 ตุลาคม 2554
ศาลเจ้าบางเหนียว (แห่พระรอบเมือง)
ศาลเจ้าเชิงทะเล (ในเขตอำเภอถลาง)
ศาลเจ้ากิ๊มซืออ๋องเก้ง (พิธีแห่พระบ้านไม้ขาว)
วันที่ 03 ตุลาคม 2554
ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย (แห่พระรอบเมือง)
ศาลเจ้ากิ๊มซืออ๋องเก้ง (หมู่บ้านเคียน หมู่บ้านสาคู หมู่บ้านในยาง สนามบินและหมู่บ้านเมืองใหม่)
วันที่ 04 ตุลาคม 2554
ศาลเจ้ากะทู้ (แห่พระรอบเมือง)
ศาลเจ้ายกเค่เก้ง (แห่พระรอบเมือง)
ศาลเจ้าบ้านท่าเรือ (ในเขต อ.ถลาง)
วันที่ 05 ตุลาคม 2554
ศาลเจ้าซุ่ยบุ่นต๋อง (แห่พระรอบเมือง)

พิธีลุยไฟแต่ละศาลเจ้า (โก้ยโห้ย)

วันที่ 02 ตุลาคม 2554
20.00 น. อ๊ามท่าเรือ
20.00 น. อ๊ามยกเค่เก้ง (ซอยพะเนียง)
20.09 น. อ๊ามจุ้ยตุ่ย
21.00 น. อ๊ามซุ่ยบุ่นต๋อง(หล่อโรง)
21.00 น. อ๊ามกวนแต้กุ้น (สะปำ)
20.00 น. ศาลเจ้าเจ่งอ๋อง (ตรงข้ามโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต)
วันที่ 04 ตุลาคม 2554
20.00 น. อ๊ามบางเหนียว
20.00 น. อ๊ามหลิมฮู้ไท้ซู (สามกอง)
20.09 น. อ๊ามสามอ๋องฮู้ (เชิงทะเล)
วันที่ 05 ตุลาคม 2554
15.00 น. อ๊ามหล่ายถู่ต่าวโบ้เก๊ง (กะทู้)

พิธีขึ้นบันไดมีด

วันที่ 03 ตุลาคม 2554
19.59 น. อ๊ามสามอ๋องฮู้ (เชิงทะเล)
20.00 น. อ๊ามบางเหนียว
20.00 น. อ๊ามหลิมฮู้ไท้ซู (สามกอง)

พิธีสะเดาะเคราะห์ (โก้ยห่าน)

วันที่ 04 ตุลาคม 2554
20.09 น. อ๊ามจุ้ยตุ่ย
วันที่ 05 ตุลาคม 2554
18.00 น. อ๊ามบางเหนียว
18.30 น. อ๊ามสามอ๋องฮู้ (เชิงทะเล)
19.00 น. อ๊ามหลิมฮู้ไท้ซู (สามกอง)
19.45 น. อ๊ามกวนแต้กุ้น (สะปำ)
20.00 น. อ๊ามหล่ายถู่ต่าวโบ้เก๊ง (กะทู้)
20.00 น. อ๊ามบ้านท่าเรือ
20.00 น. อ๊ามยกเค่เก้ง (ซอยพะเนียง)

งานผ้อต่อ ภูเก็ตที่ผ่านมาหลายคนคงจะได้เห็นขนมรูปเต่าแดงตลอดงานผ้อต่อ เรียกได้ว่า “ขนมเต่าแดง” หรือ “อั่งกู้” เป็นสัญลักษณ์ ของงาน “ผ้อต่อ” เลยก็ว่าได้ เขาจะเอาเต่าแดงไปถวายที่ศาลเจ้า เวลาทำป่ายปั๋วเสร็จ(ไหว้เสร็จ) เจ้าของเต่าจะต้องเลือกว่าจะปล่อย หรือ จะนำกลับ ปล่อยคือบริจาคเต่าตัวนั้นให้ศาลเจ้า เวลาถ้าจะทานให้อร่อยให้นำไปชุบไข่ทอดอร่อยมาก หลายๆปีที่ผ่านผมได้เขียนเรื่องราวของประเพณีผ้อต่อไว้ใน Blog ของผม ( http://yutphuket.wordpress.com/2008/08/26/portor/ ) หรือดูได้ที่ http://th.wikipedia.org/wiki/เทศกาลพ้อต่อ

ผมจะไม่ขอพูดถึงประเพณีผ้อต่อไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาอีกแล้วขอให้ทุกท่านลองคลิ้กไปดูบทความที่ผ่านมาของผม แต่มาคราวนี้ผมจะนำเสนอประเพณีผ้อต่อที่ไม่มีใครทำมาก่อน ผมจะเสนอการทำขนมเต่าแดง ที่อยู่คู่ประเพณีผ้อต่อมาเป็นเวลานานนับหลายสิบปี เรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเพณีผ้อต่อเลยก็ว่าได้ ท่านทราบหรือไม่ว่าขั้นตอนการผลิตกว่าจะได้เต่าแดงมาแต่ละตัวนั้นมีวิธีการขั้นตอนไม่ง่ายเลยครับ…

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ “ร้านขนมเค่งติ้น” ( http://yutphuket.wordpress.com/2010/09/13/keng-tin-phuket/ )ร้านขนมภูเก็ตที่อร่อยอยู่คู่คนภูเก็ตและเป็นร้านที่ทำขนมคู่กับวัฒนธรรม ประเพณีภูเก็ต มาเป็นเวลาช้านาน ในการเปิดโอกาศให้ผมได้เข้าไปถ่ายรูปขั้นตอนการทำขนมเต่าครั้งนี้ ผมได้เข้าไปในโรงทำขนมของร้านเค่งติ้น สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของร้านที่นี่ที่อยู่คู่ภูเก็ตมายาวนาน วิธีการทำขนมเต่ายุ่งยากมากต้องใช้ความชำนาญของคนทำขนมไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมของแป้งที่ต้องพอดี พอเหมาะ ต้องใช้ประสบการณ์อันยาวนานกว่าส่วนผสมจะลงตัว….

ช่างทำเต่ากำลังทำชิ้นส่วนพวก ขาเต่า ทำแยกกันแล้วค่อยมาประกอบเป็นตัวเต่า

ขาเต่าจ้า……

ช่างทำขนมต้องใช้ความชำนาญในการนวดแป้ง ผสมแป้ง อย่างพอดีไม่ให้เหลว หรือ ข้น จนเกินไป

เริ่มประกอบเป็นตัวเต่าแล้ว เริ่มจากส่วนหัวก่อน

ขั้นตอนการ ครอบเต่า แป้งหนักพอสมควรครับ

สำเร็จเป็นตัวเต่าแล้ว ….

สีแดง เป็นสีผสมอาหารที่ใช้ทาตัวเต่าให้เป็นสีแดง

กำลังทาสีเต่าแดง….

ขี้เลื่อยอัดห่อกระดาษ ไว้ทำท้องเต่า

กำลังห่อกระดาษ

บรรยากาศในโรงทำขนม ร้านเค่งติ้น

ร้านเค่งติ้นยังรักษาคุณภาพความอร่อยขนมภูเก็ตได้เป็นอย่างดี

ตกแต่ง ตัวเต่าให้มีสีสัน

แต่งลวดลายบนตัวเต่า

ใช้แป้งผสมสีเป็นสีสันต่างๆ

ทำรูปดอกไม้

ร้านเค่งติ้น ทุกๆปีของงานผ้อต่อ จะมีคนมาสั่งทำเต่าแทบทุกวันของงานผ้อต่อ

แต่งองค์ทรงเครื่องเต่าสมบรูณ์พร้อมนำไปถวายที่ศาลเจ้า

ทุกๆปีชาวภูเก็ตจะนำเต่าไปถวายในงานผ้อต่อเพื่ออายุมั่นขวัญยืนและความเจริญรุ่งเรืองแก่ครอบครัว

ไหว้พระขอพร

คนเฒ่าคนแก่เขาสืบสานประเพณีมันยาวนาน

สุดท้ายผมขอให้ทุกท่านโชคดีน่ะครับ

สามารถดูรูปภาพขนาดใหญ่ได้ที่ http://www.phuketneophoto.com/forums/showthread.php?t=9052

หลายต่อหลายคนที่มาเที่ยวภูเก็ตมักจะถามว่า “ซีฟู๊ดร้านไหนอร่อยที่ภูเก็ต” ผมเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันและก็ไม่กล้าไปฟันธงบอกได้หรอกครับว่าร้านไหนอร่อย (ผมไม่ใช่หมึกแดง หรือ อ.ยิ่งศักดิ์ ไม่มีความรู้เรื่องอาหาร อิอิ) เอาเป็นว่าส่วนใหญ่ผมแนะนำร้านที่คนนิยมไปกินกันเยอะๆดีกว่า แต่ไม่ได้บอกว่าอร่อยหรือไม่อร่อยน่ะครับ ว่ากันไปแล้วที่ภูเก็ตมีร้านอาหารที่ขายพวกซีฟู๊ด อาหารทะเลสดๆ อร่อยดีๆมีหลายร้านอาหารก็อร่อยพอๆกัน และอีกอย่างราคาก็แพงพอๆกัน 55 เป็นไปได้ผมจะพยายามไปหาร้านแล้วนำมารีวิวให้ชมกัน

สำหรับวันนี้เป็นวันแม่ เป็นโอกาสพิเศษได้พาแม่ พ่อ และครอบครัวของผมไปทานอาหารทะเล วันนี้เลยเปลี่ยนบรรยากาศมากิน “ภัตตาคารลอยน้ำ” หรือ “กระชัง” นั่นเอง สำหรับร้านที่เรามาทานกันวันนี้ก็คือ “กระชังบังหมุด แหลมหิน” อยู่บริเวณท่าเรือแหลมหิน แถวบริเวณนี้มีร้านอาหารที่เป็นกระชังอยู่ประมาณ 3-4 ร้านเป็นร้านที่ขึ้นชื่อกันทั้งนั้นลองเลือกทานกันดูว่าถูกใจร้านไหน

การเดินทาง

เดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองมายังท่าเรือแหลมประมาณ 5 กิโลเมตร โดยผ่านห้างซุปเปอร์ชิป ขับมาเรื่อยๆจนถึงวัดสะปำแล้วกลับรถประมาณ 100 เมตรก็จะเห็นป้ายทางเข้าท่าเรือแหลมหินซ้ายมือ หรือถ้ามาจากสนามบินให้ตรงเข้ามาในเมืองแถวๆวัดสะปำประมาณ 100 เมตรอยู่ทางซ้ายมือ จากนั่นก็ขับเข้ามาในซอยจนสุดทางก็จะเจอท่าเรือแหลมหิน แล้วหาที่จอดรถโดยจะต้องเสียค่าจอดรถคันล่ะ 20 บาท

จากนั้นต้องนั่งเรือจากท่าเรือแหลมหินเพื่อไปยังกระชังโดยบอกคนขับเรือที่ท่าเรือได้เลยว่าจะไปกระชังไหน นั่งเรือประมาณ 3 นาทีก็ถึงแล้วใกล้ๆครับ โดยไม่ต้องเสียเงินสำหรับค่าเป็นการบริการของทางกระชังอยู่ แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าทานอาหารไม่ครบ 700 บาท เขาจะคิดค่าเรือ 150 บาท ผมไม่แน่ใจว่าต่อคน หรือ ต่อเรือ น่ะครับ ยังไงลองโทรสอบถามจากทางกระชังดูเพื่อความแน่นอน

ที่ตั้งของกระชัง
บ้านเกาะมะพร้าว หมู่ 6 ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 สำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่ : 081-2732367 / 081-5374227

เวลาเปิดบริการ: เปิดทุกวัน 10:00-21:00

เมนูแนะนำ: กุ้งลายผัดน้ำมะขาม, กุ้งห้ารส, ปลาเจี๋ยนตะไคร้, ปลาสองหน้า, ปูนิ่มทอดกระเทียม

เว็บไซต์ : http://www.bangmudseafoods.com/

กระชังบังหมุด หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กระชังเจริญซีฟู๊ด

เราต้องนั่งเรือหางยาวไปยังกระชัง ประมาณ 3-5 นาที

ใกล้ๆครับเห็นกระชังอยู่ข้างหน้า

ค่าเรือเราไม่ต้องเสียเงินครับเพราะทางคนขับเรือกับกระชังเขาตกลงกันเรียบร้อยแล้วแค่บอกว่าจะไปกระชังไหนก็แค่นั้น แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าทานอาหารไม่ครบ 700 บาท เขาจะคิดค่าเรือ 150 บาท

วันนี้เป็นวันแม่เลยพาแม่มาทานข้าวกับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา

คุณแม่ผมเองครับ

ถึงแล้วครับกระชังบังหมุด

ขึ้นมาบนกระชังเราก็จะเห็นกระชังเลี้ยงปลา ปู ของทะเลสดๆ

กุ้งมังกรตัวนี้เป็นๆเลยครับ แต่ผมไม่ได้สั่งอิอิ คงแพงน่าดู

ทางกระชังเขาจะรับซื้อพวก ปู ปลาเป็นๆ จากชาวบ้านแล้วนำมาเลี้ยงต่อในกระชัง

ปูยังเป็นๆ สดๆ

เวลาพวกเราสั่งอาหารพวกปลาทางร้านก็จะเอาสวิงไปตักปลาเป็นๆสดๆมาให้พวกเราทาน ปลาเก๋าตัวนี้ที่พวกเราสั่งตอนแรกผมไม่รู้หรอกครับว่าเขาจะเอาตัวเป็นๆมาให้ทาน

กุ้งผัดน้ำมะขาม

ปูนิ่มทอดกระเทียม

แกงส้มปลาเก๋าตัวนั้น

บรรยากาศรอบๆกระชังแนะนำให้มาตอนกลางวันจะได้เห็นกระชังเลี้ยงปลาของชาวบ้านรอบๆ

555 ไอ้เบนซ์หลานผม

ครอบครัวของผมครับ….

แผนที่


View Larger Map

สุดท้ายนี้สำหรับใครที่มาเที่ยวภูเก็ตลองหาอาหารทะเลที่ภูเก็ตทานดูน่ะครับ (ราคาค่อนข้างแพงสักหน่อย เตรียมใจไว้หน่อย) ที่ภูเก็ตมีร้านให้เลือกมากมายหรือว่าจะลองเปลี่ยนบรรยากาศมาทานบนกระชังก็เป็นอะไรที่น่าจะลองดูน่ะครับ…. หวังว่าทุกท่านของจะอร่อยกับอาหารทะเลที่ภูเก็ตน่ะครับ

Posted by: yutphuket | กรกฎาคม 26, 2011

ขอคะแนนโหวต Thailand Blog Awards 2011

วันนี้ผมมาขอคะแนนโหวตจากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในรายการ Thailand Blog Awards 2011 ให้กับBlog Yutphuket.wordpress.com ของผมหน่อยวันนี้ขอเสนอหน้าลงแข่งขันประกวดกับ Blogger ทั่วประเทศไทย สำหรับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่หลงเข้ามา Blog ผมโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจถ้าบทความใน Blog ของคิดว่ามีประโยชน์ก็ขอให้โหวตเถอะครับ หรืออ่านแล้วไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ ก็ขอให้โหวตเถอะครับ อิอิ ทุกคะแนนโหวตของท่านความหมายสำหรับผม ท่านสามารถเข้าไปโหวตได้ที่ http://www.thailandblogawards.com/blogs/show/84 ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2554 อ่านต่อ…

Posted by: yutphuket | กรกฎาคม 21, 2011

Amazing Krabi เที่ยวอ่าวลึก กระบี่

สำหรับคนที่มาเที่ยวกระบี่หรือค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวกระบี่มักจะนึกถึงแต่ อ่าวนาง หรือไม่ก็เกาะพีพี แต่สำหรับกระบี่แล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวยังไม่รู้จักหรือไม่เป็นที่เผยแพร่หลายแห่ง สำหรับผมครั้งนี้ผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวกระบี่ที่ “อำเภออ่าวลึก” ถ้าพูดถึงอ่าวลึกหลายคนคงจะไม่เป็นที่รู้จักนักสำหรับคนภูเก็ตอย่างผมเป็นอำเภอที่เป็นรอยต่อจากพังงา เป็นทางผ่านไปเข้าไปยังตัวเมืองกระบี่ แล้วก็ไปยังหาดใหญ่ สำหรับอำเภออ่าวลึก กระบี่นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในอ่าวลึกอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำผีหัวโต หรือถ้ำหัวกะโหลก” “ป่าพรุน้ำผุดปรบมือ” “ถ้ำเพชร” “ถ้ำคลัง และไฮไลท์ของที่นี่ ก็คือ สปาโคลน หาดทรายร้อน

การไปเที่ยวอ่าวลึก กระบี่ ของผมครั้งนี้ต้องยอมรับว่าผมจะพบกับความ Amazing สถานที่ท่องเที่ยวของอ่าวลึกหลายแห่งและการจัดการการท่องเที่ยวของชุมชน ผมว่าน้อยคนหนักคงไม่เคยได้ยินหรือไม่เป็นที่รู้จักมาก สำหรับการดำเนินการท่องเที่ยวของอ่าวลึก น่าศึกษาเป็นอย่างมากเพราะเขาจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนในหมู่บ้านครับ ก็คือ ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในการดูแลจัดการบริหารการท่องเที่ยวแบบชุมชมมีการเช่น ไกด์นำเที่ยวก็จะเป็นคนในชุมชนอ่าวลึกและชาวบ้านจะช่วยกันดูแลสถานที่ท่องเที่ยวให้ยั่งยืน เขามีการจัดตั้งเป็น เครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนอ่าวลึก AOLUK CBT NETWORK มีด้วยกัน 8 ชุมชน

1. ชุมชนท่องเที่ยวถ้ำเสือ Thamsua Based Tourism

2. ชุมชนท่องเที่ยวถ้ำคลัง Klang Community Based Tourism

3. ชุมชนท่องเที่ยวกาโรส Karos Based Tourism

4. ชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก Lamsak Based Tourism

5. ชุมชนท่องเที่ยวถ้ำเพชร Thamphech Based Tourism

6. ชุมชนท่องเที่ยวหนองทุ่งนา Nongtungna Based Tourism

7. ชุมชนท่องเที่ยวป่าพรุคีรีวงศ์ Kerewong Based Tourism

8. ชุมชนท่องเที่ยวป่าชุมชนทุ่งสูง Tungsoong Based Tourism

สำหรับการเดินทางไปยังอ่าวลึก

ทางรถยนต์ส่วนตัว ใช้ถนนสายเพชรเกษม(ทางหลวงหมายเลข 4) จากจังหวัดพังงา หรือจากกระบี่ จังหวัดตรัง เข้าถึงตัวอำเภออ่าวลึกได้เลย ถนนแลนด์บริจด์(ทางหลวงหมายเลข 44 ) จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี แยกเข้าจังหวัดกระบี่ สามารถมาถึงตัวอำเภออ่าวลึกได้เช่นกัน ถ้ามาจากจังหวัดภูเก็ต ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 402 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4 ผ่าน ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง อ.ทับปุด จ.พังงา ใช้เส้นทางลัดมายังกระบี่

ทางเครืองบิน สามารถลงได้ที่สนามบินจังหวัดกระบี่ สนามบินภูเก็ต สนามบินสุราษฎร์ธานี สามารถนั่งรถโดยสารประจำทางมายังจังหวัดกระบี่ แล้วต่อรถมายังอำเภออ่าวลึก

การเดินทางของผมครั้งใช้เวลา 2 วัน 1 คืนที่ ออกจากภูเก็ตประมาณ 10 โมงเช้าขับรถมาเรื่อยๆจนถึงอ่าวลึกประมาณ เที่ยงครึ่งโดยพักที่ ไร่ปรีดาโฮมสเตย์ แล้วตอนเย็นพวกเราก็พายเรือคายัค ไปยังถ้ำผีหัวโต กับถ้ำลอด เพื่อศึกษาและดูภาพเขียนโบราณอายุนับร้อยปี จากนั้นก็ไปที่น้ำผุดปรบมือเป็นความ Amazing อีกอย่างหนึ่งของกระบี่ จากนั่นรุ่งเช้ามืดประมาณ ตี5 พวกเรานั่งเรือไปยังหาดทรายร้อนเพื่อไปทำสปาร้อนโคลนดำ เสร็จประมาณ 10โมงพวกเรา Check Out ออกจากไร่ปรีดา เพื่อไปยังถ้ำคลัง เสร็จจากถ้ำคลังพวกเราก็มุ่งหน้ากลับภูเก็ต อ่านต่อ…

Posted by: yutphuket | กรกฎาคม 21, 2011

Amazing Krabi Part 4 : ถ้ำคลัง กระบี่

หลังจาก Check Out ออกจากบ้านไร่ปรีดาโฮมสเตย์แล้วก่อนกลับภูเก็ตพวกเรายังมีเวลาเที่ยวก็เลยแวะไปเที่ยว “ถ้ำคลัง” ชาวบ้านแถวนั้นเขาแนะนำให้ไปเที่ยวเพราะภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามและยังไม่เป็นที่รู้จัก ยังไม่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวมากนักเขาว่า ถ้ำคลังแห่งนี้สวยเป็นอันดับสองเอเชีย

ถ้ำคลังซึ่งมีความแปลกประหลาดและไม่เหมือนกับถ้ำไหน ๆ นั้นก็คือ มีทั้งถ้ำบกและถ้ำน้ำ สามารถเดินทางเข้าถ้ำบกไปทะลุอีกด้านแล้วล่องแคนูลอดถ้ำอีกถ้ำหนึ่งซึ่งอยู่ แฝดคู่กันเป็นโพรงถ้ำมืดมีน้ำตลอดลอดกลับมาได้ อย่างไรก็ตาม หินงอกหินย้อยสวยงามจะอยู่ที่ถ้ำบกซึ่งมีความมหัศจรรย์อย่างยิ่งตลอด ทั้ง13คูหาลึกราว1,200เมตร มีลักษณะเด่นแตกต่างกันไป จุดเด่นคือนอกจากหินย้อยแล้วคือแท่งหินงอกที่มีมากกว่าถ้ำไหน ๆ หินควอทซ์รูปปะการังและม่านหินย้อยสีทอง กล่าวกันในหมู่นักเที่ยวถ้ำว่าสวยถึงอันดับ2ของเอเชีย

สำหรับใครที่จะมาเที่ยวถ้ำคลังอาจจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ของอุทยานก่อนล่วงหน้าน่ะครับ เพราะจะต้องใช้ไกด์ที่ชำนาญทางพาเข้าไปในถ้ำไม่สามารถเข้าไปด้วยตัวเองได้ในถ้ำมันมืดและมีทางเข้าหลายห้องอาจจะทำให้หลงติดอยู่ในถ้ำได้ ไปคราวนี้ผมได้ไกด์ท้องถิ่นนำทางเข้าไปเขาแนะนำว่าถ้าจะเข้าไปในถ้ำต้องใส่รองเท้าผ้าใบเข้าไปเพราะทางเดินมันลื่น ไกด์ยังบอกอีกว่าให้พวกเราเดินแค่ 3 ห้องก็พอจากทั้งหมด 13 ห้อง เพราะอาจจะต้องใช้เวลาเป็นวันและเหนื่อย น้อยคนที่จะเดินครบ 13 ห้อง

ภายในภูเขาลูกนี้ครับจะเป็นถ้ำคลัง อ่านต่อ…

เช้าวันรุ่งขึ้นเราตื่นตั้งแต่เช้าประมาณตี5 เพื่อเดินทางไปท่าเรือนั่งเรือไปบริเวณหาดทรายร้อน หาดทรายร้อน สปาโคลนร้อนหาดทรายร้อน อ่าวลึก กระบี่. หาดทรายร้อยสปาธรรมชาติ แห่งเดียวในประเทศไทยก็ว่าได้ 1 เดือนไปได้แค่ 6 ครั้งช่วง แรม 3-5 ค่ำ หรือ ขึ้น 3-5 ค่ำ ต้องตื่นตั้งแต่ 05.30 น.ในวันเที่ยว นับว่าสปาโคลนเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย นับว่าเป็นความ Amazing Krabi จริงๆ เขาบอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นรอยเลือนของเปลือกโลก เป็นรอยเลือนมะรุ้ย

เรานั่งเรือจากท่าเรือประมาณ 15 นาทีพวกเราก็ถึงสถานที่หาดทรายร้อนผมเห็นถึงไอร้อนของผิวดินลอยเป็นควันขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ผมได้ลงไปเดินสัมผัสดูปรากฏว่ามันร้อนแบบอุ่นๆในบางบริเวณบางที่ก็ร้อนมาก หาดทรายร้อนแห่งนี้เกิดจากรอยเลือนของเปลือกโลกที่นี่เป็นรอยเปลือกโลกที่ชื่อว่า รอยเลื่อนมะรุ้ย เราต้องมาตอนที่น้ำลดในช่วงเช้าโคลนร้อนของที่นี่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะทางชมรมสปาของกระบี่ได้นำไปวิจัยแล้ว ชาวบ้านจึงนิยมมาทำสปาโคลนเพื่อสุขภาพกันที่นี่

เราต้องมาตั้งแต่ตอนเช้ามืดเป็นช่วงที่น้ำลง อ่านต่อ…

Older Posts »

หมวดหมู่

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.