Posted by: yutphuket | มีนาคม 8, 2013

สบายดีหลวงพระบาง


ทริปหลวงพระบางนี้เป็นทริปแรกของปี56 เหตุเกิดจากโปรโมชั่น 0 บาทของสายการบิน Airasia เจ้าประจำเช่นเคยโดยจองตั๋วโปรโมชั่นไว้ประมาณกลางปี55 เดินทางต้นปี56 สำหรับประเทศลาวครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของผมครั้งแรกผมไปได้แค่ “วังเวียง” (ดูรีวิวทริปวังเวียงผมได้ที่ http://yutphuket.wordpress.com/2009/09/24/laos-vangvieng/) ครั้งนั้นผมมีเวลาน้อยตั้งใจกว่าจะไปหลวงพระบางแต่ไม่สามารถไปได้ โดยการเดินทางครั้งเริ่มบินจาก “ภูเก็ต-อุดรธานี”

ทริปนี้เป็นทริปสั้นๆประมาณ 5 วัน โดยทริปคราว บินจากภูเก็ต ถึงอุดรธานี จากนั้นนั่งรถจากสนามบินอุดรธานีไปยังด่านมิตรภาพไทยลาวแล้วเข้าเวียงจันทร์นอน เวียงจันทร์ 1 คืนเย็นของอีกวันนั่งรถนอนไปยังหลวงพระบาง นอนหลวงพระบาง 2 คืน จากขากลังจากหลวงพระบางมายังเวียงจันทร์เราบินกลับไฟล์เช้าถึงเวียงจันทร์นั่งรถกลับมายังอุดร แล้วต่อไฟล์กลับจากอุดรมาภูเก็ตเที่ยวไฟล์กลางคืน..

สำหรับประเทศลาวเป็นประเทศที่ไปเที่ยวด้วยตัวเองได้เลย เพราะการสื่อสารใช้ภาษาไทยสื่อสารกับคนลาวได้เลย อีกทั้งสามารถใช้เงินไทยในการใช้จ่ายสะดวกไม่ต้องแลกเงินลาว เที่ยวประเทศลาวก็เหมือนเที่ยวเมืองไทยบ้านเราเลย

Luangprabang01

ทริปนี้ผมจองตั๋วแอร์เอเชีย “ภูเก็ต-อุดร” ค่าตั่วไปกลับประมาณไม่กี่ร้อยบาท ไฟล์ FD3984 ออกจาก ภูเก็ต 14:40น. ถึง อุดรธานี 16:20น. สภาพสนามบินภูเก็ต ณ ปัจจุบันเล็กและแออัดวุ่นวายเป็นอย่างมากเหมือนสถานีขนส่งหมอชิตเลย…ได้ข่าวมาว่าตอนนี้มีโครงการขยายสนามบินภูเก็ตผมหวังว่าการปรับปรุงขยายครั้งนี้คงจะใหญ่สมกับคำว่า “สนามบินนานาชาติ” น่ะครับ

หลังจากถึงสนามบินอุดรพอเรารับกระเป๋าเสร็จแล้วและเราเดินออกมาจากสนามบินก็จะมีคิวรถตู้จากสนามบินไปยังด่านมิตรภาพไทย-ลาว ที่หนองคายค่าโดยสารอยู่ที่ 200 บาทต่อคนสะดวกรวดเร็วดี พอผ่านพิธีการทางตรวจคนเข้าเมืองทั้งไทยและลาวแล้ว เราสามารถหารถพวกแท็กซี่ที่ด่านลาวเข้าเมืองเวียงจันทร์ได้เลย พวกเราถึงเวียงจันทร์ประมาณเกือบ 1 ทุ่ม Check In เข้าโรงแรม

Luangprabang02

คืนนี้เรานอนที่เวียงจันทร์ 1 คืนเราพักที่ i House Hotel เป็นเกสเฮ้าส์เล็กๆกลางเมืองเวียงจันทร์อยู่แถวๆน้ำพุ สามารถเดินหาของกินได้สะดวกสบาย

Luangprabang03

เช้าวันรุ่งขึ้นเราได้เช่าจักรยานปั่นรอบเมืองเวียงจันทร์ ผ่านไปเห็นสาวลาวกลุ่มนี้น่ารักดี…แม่สาวลาววัยรุ่นยังพอมีให้เห็นแต่งตัวแบบนุ่งผ้าซิ่น ตามแบบฉบับสาวชาวลาว

Luangprabang04

เราปั่นจักรยานมาได้สักพักก็มาถึงยังประตูชัย สถาปัตยกรรมของประตูชัย ได้รับอิทธิพลมาจากประตูชัยที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

Luangprabang05

เราขึ้นมายังชั้นบนสุดของประตูชัยสามารถมองเห็นวิวมุมสูงของเมืองเวียงจันทร์

Luangprabang06

ลวดลายบนหลังคาประตูชัย

Luangprabang07

ได้เวลาเดินทางไปยังหลวงพระบางแล้ว จากเวียงจันทร์เราใช้บริการรถบัสแบบนอน หรือที่เรียกว่า sleeping bus ราคาอยู่ที่ 200000 กีบ ราคานี้รวมรถรับจากโรงแรมที่พักไปยังสถานีขนส่ง…. ราคาที่ขายกันถ้าไปซื้อเองอยู่ 150000 กีบ ผมมองแล้วว่าไหนจะค่ารถจากโรงแรมไปสถานีขนส่งอีก รวมกันแล้วราคาก็พอกันเลยแถมได้ความสะดวกไม่ต้องไปซื้อเอง

Luangprabang08

ตารางเวลาและราคา การเดินรถเส้นทางเวียงจันทร์ไปหลวงพระบาง

Luangprabang09

มองสภาพรถจากภายนอกมันเหมือนรถบัส VIP 24 ที่นั่งบ้านเราผมยังงงว่ามันจะนอนได้ไง พอเข้าไปยังในรถต้องบอกว่าไม่น่าเชื่อว่ามันทำเป็นแบบเตียงนอนได้แบบสองชั้น

Luangprabang10

เรามาถึงหลวงพระบางตอนสักประมาณ 6 โมงเช้าอากาศที่หลวงพระบางเย็นสบายจากสถานีขนส่งเราใช้บริการรถจัมโบ้ให้ไปส่งที่โรงแรมเราได้จองโรงแรม “หลวงพระบาง เบเกอรี่ แอนด์ เกสท์เฮ้าส์” (Luang Prabang Bakery & Guest House)

Luangprabang11

หลวงพระบาง เบเกอรี่ แอนด์ เกสท์เฮ้าส์ (Luang Prabang Bakery & Guest House) ด้านล่างของ Guest House จะเป็นร้านขายพวกเบเกอรี่อร่อยพอสมควร ห้องพักไม่ใหญ่มากแต่สะอาด น่าพักดีครับ

Luangprabang12

หลังจาก Check In เข้าที่พักเก็บข้าวของอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกเดินสำรวจตลาดเช้าหลวงพระบาง ส่วนใหญ่จะขายพวกของของสด กบ เขียด ปลา เป็นๆ และผักนานาชนิด

Luangprabang13

สินค้าส่วนใหญ่ผมคิดว่าแม่ค้าเขาน่าจะปลูกเองแล้วเอามาขาย

Luangprabang14

กบเขียดเสียบไม้..

Luangprabang15

อาหารการกินก็มีให้เลือกซื้อ

Luangprabang16

ไปหลวงพระบางครั้งนี้ได้เช่ามอเตอร์ไซต์ขับเที่ยวทั่วหลวงพระบาง ราคาเช่ามอเตอร์ไซต์แบบเกียร์ Auto จะอยู่ที่ 20US ต่อวัน ถ้าเกียร์ธรรมดาจะอยู่ที่ 15US ต่อวัน

Luangprabang17

ในการเช่ามอเตอร์ไซต์ของผมครั้งนี้คือไปยัง “น้ำตกกวางสี” ระยะทางจากหลวงพระบางออกนอกเมืองไป 30กิโลเมตร ค่อนข้างจะไกลมาก โดยปกติทั่วไปสามารถซื้อทัวร์ในตัวเมืองหลวงพระบางได้เลย

Luangprabang18

น้ำตกกวางสี เป็นน้ำตกที่มีความใหญ่มาก และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในหลวงพระบาง ด้วยสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่เต้มไปด้วยป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ลักษณะเป็นน้ำตก หินปูน สูงราว 70 เมตร

Luangprabang19

ความสวยงามของน้ำตกกวางสี ไม่เสียแรงที่ขับมาตั้งไกลคุ้มค่าจริงๆ

Luangprabang20

ความงามอีกมุมของน้ำตกกวางสี

Luangprabang21

เรากลับจากน้ำตกกวางสีแล้วจากนั้นผมก็ขึ้นพระธาตุพูสีต่อเลยเพราะใกล้จะเย็น บนพระธาตุพูสีจะมองเห็นวิวมุมสูงรอบเมืองหลวงพระบาง

Luangprabang22

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ขึ้นมายังพระธาตุพูสีช่วงเย็นเพื่อมาดูพระอาทิตย์ตกเดิน เขาว่าวิวจากพระธาตุพูสีจะมองเห็นพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำโขงที่สวยงามมาก

Luangprabang23

ตอนค่ำของทุกวันจะมีตลาดกลางคืนจะมีขายของเยอะมากมายส่วนใหญ่จะเป็นของที่ระลึก

Luangprabang24

หลวงพระบางบุฟเฟ่ต์ อิ่มล่ะ10000กีบ ตกเป็นเงินไทย 40 บาท สามารถเลือกตักใส่จานได้หมดเลยแต่ตักได้ครั้งเดียวเท่านั้น ราคานี้ถูกใจฝรั่งแบกเป้

Luangprabang25

เบียร์ลาวหรือคนลาวเรียกว่า “เบยลาว” ใครที่เป็นคอเบียร์มาเที่ยวลาวแล้วไม่ได้กินเบียร์ลาวถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงเป็นอย่างมาก อิอิ

Luangprabang26

เช้านี้เราตื่นนอนตั้งแต่ตี5 เพื่อรอตักบาตรข้าวเหนียว เป็นหนึ่งในกิจกรรมของหลวงพระบางที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง.ชาวหลวงพระบางได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน

Luangprabang27-1

หลังจากเสร็จกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียวแล้ว..เรามาเดินเล่นริมฝั่งแม่น้ำโขง

Luangprabang27

เราจะเห็นเรือโดยสารจอดอยู่เรียงรายริมฝั่งแม่น้ำโขง

Luangprabang28

วิถีชีวิตคนหลวงพระบาง

Luangprabang29

วัดวาอารามในหลวงพระบางเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ศิลปสถาปัตยกรรม ของวัดในหลวงพระบางจะไม่เหมือนของไทย

Luangprabang30

Luangprabang31

Luangprabang32

Luangprabang33

Luangprabang35

Luangprabang36

Luangprabang37

Luangprabang38

ที่หลวงพระบางเราจะเห็น เณร หรือพระ จำนวนมากเดินตามท้องถนนที่หลวงพระบาง เพราะที่หลวงพระบางจะมีการสอนศาสนากันตามวัดต่างๆ

Luangprabang39

Luangprabang34

กาแฟประชานิยมที่เมืองหลวงพระบางริมถนนสีสว่างวง และ ติดริมน้ำโขง ทางแยกตลาดเช้าจะขายพวก ชา กาแฟ ปลาท่องโก๋ ข้าวต้ม ร้านนี้เป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคนไทย

Luangprabang40

ที่ประเทศลาว วุฒิ ศักดิ์ คลีนิกยังมาเปิดสาขาที่ลาวเลย

Luangprabang41

เช้าวันสุดท้ายเราเดินทางกลับจากหลวงพระบางไปยังเวียงจันทร์เราใช้บริการสายการบินลาวแอร์ไลน์…

Luangprabang42

วันสุดท้ายของทริปจากเวียงจันทร์เรานั่งรถเข้ามายัง อุดรธานี เพื่อต่อไฟล์กลับภูเก็ต….

จบทริปหลวงพระบางครั้งนี้ผมประทับใจในการใช้ชีวิตของผู้คนที่หลวงพระบางเรียบง่าย ไม่วุ่นวายสำหรับคนที่จะไปเที่ยวพักผ่อนใช้ชีวิตสบายๆผมว่า”หลวงพระบาง” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจะลองมาเที่ยวกันดู

Posted by: yutphuket | มกราคม 27, 2013

Foto Hotel โฟโต้ โฮเต็ล


ณ.วินาทีนี้ใครๆก็พูดถึงแต่ “โฟโต้ โฮเต็ล (Foto hotel)” โรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่ Concept Design ที่ชัดเจนไม่เหมือนใคร ทันสมัย และดีไซน์สุดเก๋ ตั้งอยู่บนเนินเขาหาดกะตะสามารถมองเห็นวิวทะเล (Sea View) แบบพาโนราม่ารอบๆหาดกะตะ Concept Design ของที่ foto Hotel แนวคิดที่ได้แรงบรรดาใจมาจากการถ่ายรูปขาว ดำ โดยสีที่ใช้ภายในโรงแรมจะใช้สีเทากลาง 18% (สำหรับคนถ่ายรูปจะรู้จักกันเป็นอย่างดี) ซึ่งเป็นสีค่ามาตรฐานที่อยู่ในกล้องโดยทั่วใช้ในการวัดแสงและการตกแต่งโรงแรมยังใช้ภาพถ่ายขาวดำที่เกี่ยวกับความเป็นภูเก็ตและกล้องฟิล์มขาวดำมาใช้ในการตกแต่งโรงแรมผสมผสานกับความเป็นภูเก็ต…ไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ากันได้ดีแต่ที่ foto Hotel ทำออกมาได้ออกมาได้อย่างลงตัวแบบที่ไม่เหมือนใครดังสโลแกนของ foto Hotel ที่ว่า “Different Memories” ความทรงจำที่แตกต่าง

fotohotel01

โฟโต้ โฮเต็ล (Foto hotel) เป็นโรงแรมที่บริหารงานโดย The ATTITUDE Club ทีมงานส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ชาวภูเก็ตได้คิดริเริ่มโครงการ โฟโต้ โฮเต็ล (Foto hotel) โดยผสมผสานความเป็นภูเก็ตในรูปแบบที่แตกต่างร่วมกับการถ่ายรูปขาวดำมาใช้เป็นConcept Design ในการสร้างความแตกต่างจากโรงแรมอื่นๆในภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปถ่ายขาวดำเกี่ยวภูเก็ต หรือแม้แต่การใช้อาหารภูเก็ตแท้ๆ มาเสริฟในส่วนของร้านอาหารของโรงแรม อ่านต่อ…

Posted by: yutphuket | พฤศจิกายน 16, 2012

เกาะแก้วพิสดาร ภูเก็ต


เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (03-11-2555) ได้มีโอกาสไปร่วมงานทอดกฐินที่สำนักสงฆ์เกาะแก้วพิสดารมา สำหรับประเพณีการทอดกฐิน ในแต่ละปีกำหนดให้มีการจัดทอดกฐินขึ้นภายใน ๑ เดือน หลังประเพณีออกพรรษา แต่ละวัดสามารถรับกฐินได้ปีละ ๑ ครั้ เป็นครั้งแรกของผมกับการไปยังเกาะแก้วพิสดารแห่งนี้เคยได้ยินชื่อมานานแล้วสำหรับ “เกาะแก้วพิสดารภูเก็ต” เกาะแห่งนี้เป็นคนละเกาะแก้วพิสดาร ที่จังหวัดระยอง ในตำนานของพระอภัยมณีที่เราเคยเรียนสมัยประถมน่ะครับ

เกาะแก้วพิสดารภูเก็ตนั้นเป็นเกาะตรงข้ามกับแหลมพรหมเทพ อยู่ห่างจากแหลมพรหมเทพไปทางตอนใต้เพียงแค่ประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น อยู่ที่พื้นที่หมู่ที่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และเป็นเกาะที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติ เป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์เกาะแก้วพิสดาร การเดินทางไปยังเกาะแก้วพิสดารสามารถเดินทางไปได้ง่าย โดยขึ้นเรือหางยาวที่บริเวณท่าเรือหาดราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5-10 นาที ค่าโดยสารเป็นแบบเช่าเหมาลำราคาประมาณ 700-800 บาท เท่านั้นเอง สถานที่แห่งนี้ยังมีรอยพระพุทธบาท รอยที่ 5 ซึ่งประดิษฐานอยู่บนก้อนหินริมทะเลเกาะแก้วพิสดารจำนวน 2 รอย

เกาะแก้วพิสดารภูเก็ตนั้นเป็นเกาะตรงข้ามกับแหลมพรหมเทพ อยู่ห่างจากแหลมพรหมเทพไปทางตอนใต้เพียงแค่ประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น อ่านต่อ…


งานบุญยิ่งใหญ่ของชาวภูเก็ตที่สืบสานปฏิบัติกันมานับร้อยๆปีสำหรับ “งานประเพณีถือศีลกินเจ (กินผัก)ของภูเก็ต” ที่จัดกันมาเป็นประจำทุกปีสำหรับปี2555 กำหนดจัดงาน“ระหว่างวันที่ 15-23 ตุลาคม 2555″ สำหรับท่านที่มาเที่ยวภูเก็ตในช่วงวันเวลาดังกล่าวก็ขอเชิญร่วมท่านเจกับชาวภูเก็ตแต่งกายด้วยชุดสีขาวกันน่ะครับ สำหรับการจัดงานส่วนใหญ่จะจัดกันในบริเวณตัวเมืองภูเก็ตตามศาลเจ้าต่างๆ และตอนเช้าก็จะมีขบวนแห่พระของแต่ล่ะศาลเจ้า อ่านต่อ…


งาน “วิวาห์หวานบาบ๋า สุดปลายฟ้าอันดามัน” อาจจะถือได้ว่าเป็นกิจกรรมประจำปีอีกงานหนึ่งของจังหวัดภูเก็ตก็เป็นได้เพราะมีการจัดงานเป็นประจำทุกปี เป็นการจัดงานแต่งงานตามแบบฉบับของชาวเพอรานากันภูเก็ตแบบโบราณ (สามารถดูเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับชาวเพอรานากันได้ที่ http://th.wikipedia.org/wiki/เปอรานากัน ) ในปีนี้ได้มีการจัดงานในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (09/09/55) เป็นการร่วมกันจัดงานหลายหน่วยงานในภูเก็ตได้แก่ สมาคมเพอรานากัน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนง.ภูเก็ต สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต มูลนิธิเมืองเก่าภูเก็ต ธ.กรุงเทพจำกัด และ ภาคีเครือข่ายด้านอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมภูเก็ต โดยในปีนี้มีคู่บ่าวสาวร่วมพิธีแต่งงาน7 คู่ มีชาวจีน 1 คู่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้จองมาทำพิธีหลายคู่ แต่เนื่องจากมีข่าวแผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่เมืองภูเก็ตในช่วงที่ผ่านมา จึงยกเลิกการจอง

โดยพิธีเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายที่บ้านหงษ์หยก คู่บ่าวสาวได้เข้าพิธีไหว้ฟ้าดิน และพิธียกน้ำชา จากนั้นได้ร่วมเดินขบวนแห่ไปตามย่านเมืองเก่าภูเก็ต ผ่านถนนถลาง และไปสิ้นสุดที่หน้าพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว โดยมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแต่งกายชุดพื้นเมืองยืนรออวยพรและชื่นชมขบวนแห่อย่างคับคั่งตลอดสองข้างทาง จากนั้นเวลา 18.00 น. จึงจะมีการเลี้ยงฉลองสมรสที่จวนผู้ว่าเมืองภูเก็ต

ผมได้มีโอกาสได้ไปเก็บภาพบรรยากาศของการจัดงานในครั้งนี้มาให้ชมกัน สำหรับบรรยากาศภายในงานผู้ที่มาร่วมงานได้มีการใช้ชุดพื้นเมืองภูเก็ตที่เรียกว่าชุด บาบ๋า ย่าหยา ชุดพื้นเมืองภูเก็ต และได้จัดขบวนแห่ตามเส้นทางถนนถลาง ย่านเมืองเก่าภูเก็ต และท่านสามารถชมภาพ วิวาห์หวานบาบ๋า สุดปลายฟ้าอันดามัน เมื่อปี 2553 ที่ผมได้เคยถ่ายภาพไว้ได้ที่ https://yutphuket.wordpress.com/2010/08/18/phuket-baba-wedding/

อ่านต่อ…


จากตอนที่แล้ว พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่2 ผมได้พาทุกท่านได้ไปชมบรรยากาศบนยอดเขาคินาบาลูได้เห็นวิวที่สวยงามจากที่ยอดเขากันมาแล้วมาถึงตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้วพวกเราได้เดินลงมาจากยอดเขาคินาบาลูแล้วและได้กลับมายังตัวเมืองโคตาคินาบาลูนอนพักในเมือง 2คืน หลังจากนั้นก็บินกลับไปยังกัวลาลัมเปอร์ (KL) นอนที่ KL 1 คืนแล้วก็บินกลับภูเก็ตเป็นอันว่าจบทริปนี้

ติดตามชมรีวิวทั้ง 3 ตอนของทริปนี้ :

พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่1

พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่2

พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่3

อ่านต่อ…


หลังจากตอนแรก “พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่1″ ผมได้พาทุกท่านมาถึงที่พัก Laban Rata Resthouse ที่ความสูง 3200 เมตรแล้วใช้เวลาเดินเท้าเกือบ 7 ชั่วโมงพวกเราก็รีบรับประทานอาหารแล้วก็รีบเข้านอนแต่หัวค่ำเพราะพวกเรามีภารกิจต้องตื่นตอนตี 3 ช่วงกลางอากาศหนาวเย็นมากมีลมพัดลมเวลา สำหรับคนที่คิดมาจากคินาบาลูผมแนะนำให้เตรียมยา “แก้อาการแพ้ความสูง” หรือ อาการป่วยบนที่สูง หรือเรียกภาษาอังกฤษว่า Acute Mountain Sickness (AMS) สำหรับเกิดอาการปวดหัวตุบๆและปัสสาวะบ่อย พวกเราไปครั้งนี้ไม่ได้เตรียมยาพวกนี้ไปเลย มีแต่ยาพารา กับ ยาคลายกล้ามเนื้อ

อาการป่วยบนที่สูง หรือ Acute Mountain Sickness (AMS)

ตามปกติเมื่อร่างกายอยู่ในระดับความสูงมากกว่า 2,500 เมตรขึ้นไป ร่างกายจะมีกลไกอัตโนมัติในการปรับตัวเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือด ทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้

- หายใจเร็ว หายใจลึกกว่าปกติ หรือทั้งสองอย่าง
- หายใจสั้นถี่ และบางครั้งอาจมีเสียงดัง
- ตื่นกลางดึกบ่อยกว่าปกติ
- ปัสสาวะบ่อย

# ลักษณะอาการสำคัญของผู้ป่วย Acute Mountain Sickness (AMS) # ได้แก่

- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- มึนงง และมีอาการปวดศีรษะเล็กน้อย ถึงปานกลาง
- นอนหลับยาก

ติดตามชมรีวิวทั้ง 3 ตอนของทริปนี้ :

พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่1

พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่2

พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่3

อ่านต่อ…


ทริปคินาบาลูเป็นอีกทริปในฝันของผมมานานแล้วจากการได้เห็นรูปใน internet ที่เกี่ยวกับคินาบาลูทำให้ผมอยากจะไปพิชิตยอดเขาที่ขึ้นชื่อว่า “เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และเมื่อปีที่แล้วได้เวลาประจวบเหมาะที่สายการบินเจ้าประจำราคาประหยัดของผมก็คือ “Airasia” ได้ออกโปรโมชั่นประจำปีออกมา ผมไม่รีรอจึงทำการได้รวบรวมสมัครพรรคพวกผู้กล้าในการไปพิชิตยอดเขาคินาบาลู การไปครั้งนี้ผมเริ่มจากภูเก็ตบินตรงไปยังกัวลาลัมเปอร์ และจาก กัวลาลัมเปอร์ ต้องต่อเครื่องไปเมืองโคตาคินาบาลู

สำหรับทริปนี้เป็นทริปที่เหนื่อยที่สุดในชีวิตของผมเลยทีเดียว ต้องเดินขึ้นยอดเขาที่มีความสูง 4,095.2 เมตร เป็นอีกทริปที่ผมจะจดจำมันไม่ลืมเลย วันแรกเราต้องเดินเท้าใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมงเพื่อให้ถึงที่พัก Laban Rata Resthouse แล้ววันรุ่งขึ้นต้องตื่นตอนตี 3 เพื่อเดินขึ้นไปยังยอดสูงสุดของคินาบาลู ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงมันเป็นอะไรที่เหนื่อยสุดๆผมทำได้แค่ “South Peak” มีความสูง3,933 เมตร ไม่สามารถถึงยอดสูงสุด “Low Peak” เหนื่อยจริงๆ หลังจากเดินลงจากยอด “South Peak” แล้วเราต้องเดินกลับลงมายังอุทยานอีก 8 ชั่วโมง หลังจากพวกเราก็หาที่พักกันในเมืองคินาบาลู 2 คืนแล้วต่อเครื่องกลับไปยัง KL นอนพัก

Mount Kinabalu หรือภาษามาเลย์ Gunung Kinabalu ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ที่รัฐซาบาห์ (รัฐนี้มีเมืองหลวง คือ โกตา คินาบาลู) เป็นมรดกโลกแห่งแรกของมาเลเซียจากยูเนสโก มีความสูง 4,095 เมตร เซอร์ฮิว โลว์ (Sir Huge Low) คือนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษผู้บุกเบิกสำรวจคินาบาลูเป็นบุคคลแรกเมื่อปี พ.ศ.2394 จวบจนปี พ.ศ.2507 รัฐบาลมาเลยเซียจึงประกาศคุ้มครองภูเขาคินาบาลูและผืนป่าโดยรอบในรูปแบบของอุทยานแห่งชาติ

ติดตามชมรีวิวทั้ง 3 ตอนของทริปนี้ :

พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่1

พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่2

พิชิตยอดเขาคินาบาลู มาเลเชีย Mount Kinabalu ตอนที่3

อ่านต่อ…

Posted by: yutphuket | มีนาคม 18, 2012

สิมิลัน ฉันรักเธอ (Similan Island)


อากาศร้อนเหลือเกินช่วงนี้ที่ภูเก็ต ท้องฟ้าก็สดใส แสงแดดร้อนสุดจะบรรยายสภาพอากาศแบบนี้จะมัวรอช้าอยู่ทำไมออกไปเที่ยวทะเลกันดีกว่า โดยปกติทุกปีช่วงต้นปีตั้งแต่เดือน มกราคม-เมษายน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกไปเที่ยวตามเกาะต่างๆของฝั่งทะเลแถบอันดามันไม่ว่าจะเป็น ภูเก็ต พังงา กระบี่ หรือ สตูล เขาว่ากันว่า ท้องฟ้าและน้ำทะเล จะลงตัวกันพอดีและเป็นช่วงเวลาที่หมู่อุทยานแห่งชาติพวกหมู่เกาะสิมิลัน, หมู่เกาะสุรินทร์ และเกาะตาชัย เปิดให้นักท่องเทียวได้เข้าไปเที่ยวและจะปิดเกาะปลายเดือนเมษายน

สำหรับผมแล้วต้องหาทริปดำน้ำสักทีแถวนี้เพื่อพักผ่อน ถ่ายรูปสักหน่อยสรุปลงเอ๋ยที่ “เกาะสิมิลัน” สำหรับเกาะสิมิลันผมไปมา 2-3 ครั้งแล้วแบบไปเช้าเย็นกลับ (One Day Trip)ไม่เคยเบื่อเลยครับกับความสวยงามของหมู่เกาะสิมิลัน สำหรับทริปครั้งนี้ผมไปนอนค้างบนเกาะสิมิลัน 2 วัน 1 คืน

ก่อนอื่นลองชมวีดีโอและเพลง “นักประดาน้ำ” ฟังสบายๆ ที่ผมถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล Nikon D90 ดูก่อนครับภาพ

อ่านต่อ…


สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ตก็คือรูปแบบ “สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส” ที่มีให้เห็นได้บริเวณถนนพังงา ถนนถลาง ถนนเยาวราช ถนนดีบุก และถนนกระบี่ มันเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบจีนและแบบโปรตุกีสเข้าด้วยกัน สำหรับรายละเอียดของ “สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส” ผมจะไม่ขอลงในรายละเอียด ท่านสามารถถามพี่กู๋ ได้เลย (www.google.com) มีคำตอบแน่นอน

สำหรับวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปเยี่ยมชมบ้านหลังแรกของภูเก็ตที่สร้างขึ้นตามแบบ “สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส” หรือที่เรียกกันว่า “อังม่อเหลา” บ้านหลังนี้ชื่อว่า “บ้านชินประชา” ปัจจุบันลูกหลานพระพิทักษ์ชินประชาผู้สร้างบ้านหลังนี้(ตระกูลตัณฑวณิช) ได้อนุรักษ์ตัวบ้านและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆไว้เป็นอย่างดี และ เปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เพื่อให้ได้มีโอกาสได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนภูเก็ตในอดีต อายุของบ้านหลังนี้อายุกว่า 100 ปี ของภายในบ้านยังคงรักษาไว้เป็นอย่างดี วันนี้ผมได้มีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมชมบ้านหลังนี้โดยมี พี่กบ (ธิติ ตัณฑวณิช) ซึ่งเป็นทายาทรุ่นปัจจุบันได้แนะนำอธิบายพาชมภายในบ้าน

สำหรับบ้านชินประชาแห่งนี้ยังได้อนุรักษ์การแต่งกายของคนภูเก็ตสมัยก่อนที่เรียกว่า “การแต่งกายแบบบาบ๋า ย่าหยา” ท่านสามารถลองใส่ชุด ย่าหยา ถ่ายรูปได้เลย สำหรับใครที่มาเที่ยวภูเก็ต ผมขอฝากบ้านชินประชาแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม มาเรียนประวัติศาสตร์ข้าวของเครื่องใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนภูเก็ตเมื่อครั้งอดีต

บ้านชินประชา ตั้งอยู่ เลขที่ 98 ถ.กระบี่ ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองจ.ภูเก็ต โทร 076-211281.และโทร076-211167 เปิดทุกวัน ๐๘.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๑๐๐ บาท สำหรับชาวต่างชาติ 150 บาท

เรื่องราวความเป็นมาของบ้าน

บ้านชินประชาสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2446(ค.ศ.1903)หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระพิทักษ์ชินประชา(ตันม่าเสียง) บิดาของท่านคือ หลวงบำรุงจีนประเทศ(ตันเนียวยี่) ท่านถือกำเนิดในประเทศจีนมณฑลฮกเกี้ยน รับราชการทหารในตำแหน่ง “บู๊เต็กจงกุน” ต่อมาท่านได้เดินทางมายังประเทศไทยในปี พ.ศ.2397(ค.ศ.1854)หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4ได้ประกอบกิจการเหมืองแร่ดีบุกที่เกาะภูเก็ต และกิจการค้าขายที่เกาะปีนังในนามยี่ห้อ “เหลียนบี้ พระพิทักษ์ชินประชา(ตันม่าเสียง) ถือกำเนิดที่เกาะภูเก็ตในปีพ.ศ.2426 เมื่ออายุได้ 20 ปีท่านได้สร้างบ้านหลังนี้ตามแบบ “ชิโน – โปรตุกีส” เป็นหลังแรกของจังหวัดภูเก็ต หรือที่เรียกกันว่า “อังม่อเหลา” เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษจีน วัสดุส่วนอื่นของบ้านนั้น ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เนื่องจากการค้าขายทางเรือ ผ่านเกาะปีนังมายังภูเก็ต เช่นรั้วบ้านจากฮอลแลนด์ กระเบื้องปูพื้นจากอิตาลี่ฯลฯ ณ ปัจจุบัน “บ้านชินประชา” อายุมากกว่า 101ปีและมีลูกหลานนับเนื่องเป็นรุ่นที่ 6แล้ว

บ้านชินประชา ตั้งอยู่ เลขที่ 98 ถ.กระบี่ ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองจ.ภูเก็ต

อ่านต่อ…

Older Posts »

หมวดหมู่

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,430 other followers

%d bloggers like this: